2009/Oct/10

                   ไม่ได้เล่นเนตตั้งหลายวัน มีข่าวดีเยอะแยะเลยอ่ะ แต่เรื่องที่ดีใจที่สุด คือ Oh wonbin จะกลับมาแล้ววว  >-< ไม่รู้ว่าจาจริงหรือเปล่า แต่ว่าก็ดีใจมากๆเลยอ่ะ แต่ไม่ร้องไห้นะ เสียน้ำตาให้ผู้ชายคนนี้มากเกินไปล่ะ55+ พอกลับมาก็อยากจายิ้มรับมากกว่า ไม่รู้จาพูดอารายนอกจาก ยินดีต้อนรับกลับมาน้า วอนบิน ตื่นเต้นๆจัง คิดถึงมากมาย ถึงจะเป็นแค่เสียงร้องก็ยังดี แต่ก็ยังแอบหวังว่าจามีการแถลงข่าว และก็จามีอัลบั้มของตัวเองออกมาหลังจากนี้

                TRACKLIST~
CD 1
01. 여전히 (노래:FT이홍기) 타이틀 곡
02. 하늘에서 내려와 (노래:미스에스 (Miss $), 오원빈)
03. 말도 없이 (노래: 9th Street)
04. Lovely Day (노래:박신혜)
05. Promise (노래:A.N.JELL)
06. 가슴이 욕해 (노래:김동욱)
07. 말도 없이 (노래:박신혜)
08. 여전히 (노래:A.N.JELL)
09. 말도 없이 (Ver.Piano)
10. 여전히 (Ver.Bossa) 
 Credit::anjellcafe+AHIsland!

      ตอนแรกเห็นชื่อก็อึ้งๆ แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองแหน่ะ ตอนนี้ก็ทำแค่ countdown รอวันที่14 นี้ ^-^

2009/Oct/05

              วันนี้หัวข้อ blog ดูจริงจัง ไม่ค่อยเพ้อเจ้อ ไร้สาระเหมือนที่ผ่านๆมา555+ หลังจากเรื่อยเปื่อยอยู่นานหลังจากเรียนจบ ก็สัมภาษณ์งานบ้าง เที่ยวบ้างไปวันๆ ดูไม่มีสาระ จนมาพบกับความจริงที่ว่า ในยุคนี้ เศรษฐกิจแบบนี้ งานก็หายาก ที่จริงมันก็ไม่ยากมากหรอก แต่ว่าแค่หางานที่ต้องการยาก ก็เท่านั้นเอง แต่ว่าตอนนี้เพิ่งจามาค้นพบธุรกิจอย่างหนึ่ง ที่ใครหลายๆคนอาจจะไม่ชอบ อาจจะถึงขั้น ยี้! กานไปแค่ได้ยินชื่อ แต่ว่าตอนนี้โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว โลกกลายเป็น globaliztion ไปแล้ว โดยที่ใครหลายๆคนอาจจะยังไม่รู้ตัว หรือว่ารู้แต่ไม่ยอมที่จะรับมัน และปิดกั้นตัวเองไม่ยอมการเปลี่ยนแปลง

             คนเราน่ะต้องปรับตัวไปตามวิวัฒนาการของโลกเอง ไม่ใช่ให้โลกมาปรับตัวให้เข้ากะเรา ใครคิดอย่างงั้นก็คงจาไม่สามารถอยู่บนโลกได้อย่างมีความสุข เมื่อมีสิ่งที่ดีกว่าเข้ามาให้เลือก คนเราย่อมจะเลือกสิ่งที่ดีกว่าอยู่แล้ว โดยไม่มีใครแคร์ว่าสิ่งอื่นจะได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง ยกตัวอย่างง่ายๆเลยอ่ะ ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ในประเทศไทยใครจาไปคิดว่า จะมีสักวันหนึ่งที่ตื่นมาแล้วจะไม่พบร้านโชห่วย ข้างทางเลย คนเราคงจานึกภาพนั้นกันไม่ออกเลยทีเดียว แต่พบว่าเมื่อมีห้างขายปลีกขนาดใหญ่เข้ามา จนร้านโชห่วยต้องปิดกิจการกันไปเกือบหมด ใครจะเชื่อ!! แต่ภาพนั้นมันก็เกิดขึ้นจริงแล้ว ณ ปัจจุบัน มันก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ใครจะมาแก้ไขอะไรได้ ก็อย่างที่บอกเมื่อสิ่งที่ดีกว่าเข้ามา สิ่งเก่าๆก็ต้องสูญหายไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ ใครจาอยากไปซื้อของร้านโชห่วยที่ร้อน และแพงกว่าในห้างขายปลีก ซึ่งเย็นสบาย สะดวก และของถูกกว่า เจ้าของร้านโชห่วยที่เคยออกมาประท้วงกันใหญ่นั่น ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี ไม่ใช่เหรอ เป็นเพราะคนพวกนี้ไม่ยอมปรับตัวตามกระแสโลกาภิวัฒน์ไง ไม่ยอมรับในความเปลี่ยนแปลง ยึดติดกับสิ่งเดิมๆ เคยทำอะไรก็ยังทำอย่างงั้นอยู่ แล้วมาบ่นว่า โลกนี้ไม่ยุติธรรมเลย แต่ถามจริงเหอะ ถ้ารู้ตัวแล้วทำใจตั้งแต่แรก เตรียมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น มองหาหนทางหันไปทำกิจการอย่างอื่นน่ะ ก็คงไม่ต้องเจ๊ง ล้มละลายกันไปหรอก

            พล่ามมาตั้งนาน เพียงแค่อยากยกตัวอย่างว่ากระแสโลกมีอิทธิพลกับมนุษย์ตัวเล็กๆอย่างเราจริงๆ ตอนนี้ก็จะเข้าเรื่องล่ะนะ อีก 5 ปีข้างหน้าน่ะ อันนี้รับประกันได้เลยว่าไม่เกินนี้ แต่อาจจะมาถึงเร็วกว่านี้ โลกจะเปลี่ยนแปลงไป วิธีการทำมาหากิน หาเงินของคนก็จะเปลี่ยนแปลงไป ธุรกิจแบบใหม่จะเกิดขึ้นในโลกและจะบูมมาก เรียกว่ายุค New Economy ก็คือธุรกิจแบบเครือข่ายนั่นเอง แต่คนไทยอ่ะเวลาไม่รู้อะไร ก็ไม่ยอมที่จะเปิดใจรับฟัง พอได้ยินคำว่า เครือข่ายก็ปฏิเสธแล้ว ทั้งๆที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไรจริงๆ เลยคิดไปเองว่า เป็นขายตรงหรือเปล่า?? เป็นธุกิจหลอกลวงแน่ๆ เป็นลูกโซ่เปล่า?? คิดไปเองต่างๆนานา เพราะความไม่รู้ไง แต่พอชวนเข้ามาฟังการสัมนาก็รีบที่จะด่วนปฏิเสธทั้งๆที่ไม่รู้ คนแบบนี้อ่ะจาตามโลกไม่ทันในอีก 5 ปีข้างหน้าแน่ๆ เพราะมันจะเกิดขึ้นจริง คือ คนส่วนใหญ่จะหันมาทำธุรกิจเครือข่ายกานใหญ่ เพราะมันลงทุนน้อย ไม่มีความเสี่ยง ไม่ต้องมีสถานที่ ไม่ต้องใช้เวลาเยอะ มีคนคอยช่วย สอนงาน เหมือนมีพี่เลี้ยงในตัว มันเป็นธุรกิจที่สวยงามมากซึ่งไม่ว่าธุกิจแบบไหนก็ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของมนุษย์ได้เท่าธุรกิจนี้อีกแล้ว เป็นธุรกิจที่ทำแล้วจะได้ทั้ง อิสระทางการเงิน และเวลา เรียกว่า สไตชีวิตอิสระนั่นเอง ใครล่ะจะไม่อยากมี เราเชื่อว่ามันเป็นความใฝ่ฝันของทุกๆคนที่อยากจะมีเงินเยอะๆและมีเวลาที่จะใช้เงินนั้นด้วย ธุรกิจแบบนี้แหละที่สามารถตอบโจทย์ชีวิตของคนเราได้จริงๆ ใครล่ะจะอยากทำงานประจำจนอายุ 60 ค่อยปลดเกษียณ มันไม่มีหรอก...จริงมั๊ย

         เดี๋ยวนี้เด็กรุ่นใหม่ไฟแรง วัยนักศึกษาเนี่ยก็สามารถจะมีเงินเดือน 30000-50000 อาจจะถึงแสนได้เนื่องจากธุรกิจแบบนี้ และยังสามารถทำคู่กับการเรียนไปได้ด้วย เค้าเหล่านี้ก็แทบจะไม่ต้องพึ่งพาพ่อแม่ทางด้านการเงินแล้ว บางทีก้มีเงินมากกว่าคนทำงานอีกด้วยซ้ำ ถ้ามีคนมาถามว่า ถ้าคุณทำงานประจำ ต้องใช้เวลากี่ปีถึงจะมีรายได้ 6 หลัก บางคนตอบว่า20-30ปี บางคนอาจจะตอบว่า เป็นไปไม่ได้เลยตลอดชีวิต แล้วเราต้องการแบบนั้นเหรอ ถ้ามาอยู่ในธุรกิจนี้คุณสามรถใช้เวลา3-5 ปี สร้างรายได้ 6 หลัก แล้วมันจาดีกว่ามั๊ย?? ถ้าคุณสามารถทำแล้วหยุดได้ แต่รายได้ยังไม่หยุด!!(passive income) มีผลการสำรวจพบว่าตอนนี้ 20% ของเศรษฐีใหม่ในอเมริกาเกิดมาจากธุรกิจเครือข่ายนี่แหละ ตอนนี้ที่อเมริกาบูมมาก เพียงแต่ในไทยยังไม่ค่อยรู้จักเท่านั้นเอง

             เพียงแค่คุณลองเปิดใจ ถ้ามีใครมาชวนคุณไปฟัง ลองไปฟังดูก่อน อย่าเพิ่งปฏิเสธในสิ่งที่คุณก็ยังไม่รู้ ไม่เข้าใจ บางทีคุณอาจจะพลาดโอกาสดีๆไปแล้วก็ได้ ถ้าบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Uniliver มาชวนคุณเข้าเป็นผู้ร่วมธุกิจ คุณจะไม่คว้าโอกาสนั้นไว้เหรอ ถึงยังไงถ้าตอนนี้เค้าไม่มีคุณร่วม เค้าก็ยังโตต่อไปอยู่ดี แต่มันจาไม่ดีกว่าเหรอ ถ้าตอนที่เค้าโตแล้วมีคุณอยู่ในนั้นด้วย!! อยากจะให้เพื่อนมาชวนคุณ หรือว่าคุณจะชวนเค้า แล้วมันจะดีแค่ไหนที่วันนี้ เค้าเลือกมาเปิดที่ประเทศไทยเป็นประเทศแรก และถ้าเค้า go inter ซึ่งไปแน่ และเร็วๆนี้ด้วย ถ้าไปประเทศอื่นทั่วโลก (150 ประเทศที่มียูนิลิเวอร์อยู่) มันจะดีแค่ไหนถ้ายอดซื้อของคนทั่วโลกกลายเป็นยอดของคนไทย และเป็นยอดของคุณ!!! 

              - สามสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตคุณแล้วมันไม่อาจเรียกกลับคืนมาได้ คือ เวลา คำพูด และโอกาส...เพราะฉะนั้นจงอย่าปล่อยโอกาสดีๆให้หลุดลอยไป

                - ถ้าทำในสิ่งที่เคยทำ ก็จะได้ในสิ่งที่เคยได้ แต่ถ้าอยากได้ในสิ่งที่ไม่เคยได้ จงทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ Just change your rule!!

 P.S. ใครทำธุรกิจแบบนี้อยู่ขอให้ประสบความสำเร็จ และถ้าใครยังไม่เคยรับรู้ ยินดีให้คำปรึกษาค่ะ ^-^ อยากให้ทุกคนดูดี รวยๆ และมีเวลาอิสระ!!!

 

edit @ 5 Oct 2009 17:05:22 by tomika

2009/Sep/10

                  ทั้งๆที่ไม่ได้เป็น Hottest แต่ทำไมถึงได้รู้สึกสงสารแจบอมขนาดนี้ก็ไม่รู้อ่ะ รู้สึกว่าโดนแรงไปมั๊ยอ่ะ คนเกาหลีทำเกินไปมั๊ยอ่ะ เรื่องมันก็ตั้ง 4 ปีไปแล้ว แต่ก็ยังขุดคุ้ยขึ้นมาทำให้เป็นเรื่องใหญ่โต แจบอมคงจากกดดันมากๆอ่ะ ถึงได้ตัดสินใจลาออกและบินกลับเมกา ไปร้องไห้กะแม่T-T เศร้าแทนจริงๆ

                   ทำไมถึงไม่เข้าใจกานบ้างนะว่าเวลาคนไปอยู่ต่างประเทศมันก็มีอะไรอีกหลายๆอย่างที่ต้องปรับตัว แต่ตอนที่ยังปรับตัวไม่ได้ก็ต้องรู้สึกอึดอัดเป็นธรรมดา เฮ้อ! เข้าใจความรู้สึกแจบอมมากอ่ะ เพราะเราก็เป็นคนหนึ่งที่เคยไปอยู่ต่างประเทศนานๆ มันก็ต้องมีความรู้สึกอย่างงี้กันบ้างแหละ แล้วแต่ว่าใครจะพูดหรือไม่พูดก็เท่านั้นเอง ใครปรับตัวเร็วกว่ากันก็เท่านั้นเอง....

                ความรู้สึกตอนนี้ของ hottest คงไม่ต่างอะไรจากพรีมาดอนน่าตอนที่วอนบินได้ประกาศตัวที่จะเดินออกจากวงไปอ่ะ มันมีแต่ อึ้ง ทึ่ง ช็อค และก็เสียใจมากๆ ใครจะไปทำใจรับได้ล่ะ ยังไงวงมันก็ไม่เหมือนเดิมแล้วอ่ะ ถึงจามีคนใหม่เข้ามาก็แทนกานไม่ได้จริงๆ ใครจะอยากสูญเสียคนที่รักไปล่ะ ถ้าเลือกได้...แต่มันคงจาต่างกันก็ตรงที่ว่า วอนบินเลือกไปเอง แต่แจบอมถูกกดดันให้ไป และวอนบินบอกว่าจะกลับมา แต่แจบอมยังไม่มั่นใจที่จะพูดคำนั้น การรอคอยอย่างเลื่อนลอยมันทรมานมากจริงๆนะเนี่ย เป็นกำลังใจให้ Hottest สู้ต่อไปนะคะ หวังว่าสักวันแจบอมจะกลับมา!!

P.S. เดือน 9 แล้วน้า โอ วอนบินรีบกลับมาตามสัญญาแล้วแล้วว